วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

สรุปการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในสัปดาห์ที่ 4

สรุปผลการปฏิบัติงาน : สัปดาห์ที่ 4
ระหว่างวันที่ 4 พฤศจิกายน-8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
                  สถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ บริษัท โตโยต้ามหานคร จำกัด  ฝ่าย ธุรการ

งานที่ปฏิบัติ : 
     1.  จัดวัสดุสำนักงานตามรายการที่สาขาต่าง ๆ ส่งมา จำนวน 13 สาขา ประมาณ 100 รายการ
     2. ตรวจสอบวัสดุสำนักงาน พร้อมจดบันทึกรายการวัสดุที่มีปริมาณน้อยกว่า 12 ชิ้น จำนวน 15 รายการ
     3. ทำรายงานยอดสินค้ารวมทุกยอด ประจำเดือนตุลาคม เพื่อตรวจสอบยอดคงเหลือที่มีอยู่จริง กับยอดคงเหลือในระบบ จำนวน 200 รายการ
     4. ส่งโทรสารใบสั่งซื้อไปยังสาขาต่าง ๆ จำนวน 20 ชุด
     5. จัดแฟ้มเอกสาร จำนวน 40 แฟ้ม
     6. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารรอเบิก จำนวน 10 ชุด
     7. ตรวจสอบยอดเงินจากใบรายงานสรุปหนี้ จำนวน 5 ยอด
     8. บันทึกข้อมูลใบรับสินค้า จากต้นฉบับใบกำกับภาษีลงในระบบใบรับสินค้าและใบรับฝาก จำนวน 9 ชุด
     9. สำเนาเอกสาร จำนวน 30 ชุด
     10. รับวัสดุสำนักงาน พร้อมตรวจนับวัสดุสำนักงานตามจำนวนที่รับมาจากใบส่งของ 10 รายการ จำนวน 200 ชิ้น
     11. จัดทำบัญชีรายชื่อพนักงานของบริษัท โตโยต้ามหานคร จำกัด (สำนักงานใหญ่) ลงในโปรแกรม Microsoft Excel 104 รายชื่อ จำนวน 1 ชุด 
     12. สแกนเอกสารจำนวน  30 ชุด
     13. ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิก โดยใช้ อีเมลล์ภายในของสำนักงาน จำนวน 1 ฉบับ
     13. เรียนรู้ขั้นตอนการระงับเบอร์โทรศัพท์ของ AIS กรณีที่พนักงานเลิกใช้งาน
     15. โทรระงับเบอร์โทรศัพท์ จำนวน 3 เลยหมาย
     16. สอนพี่พนักงาน สแกนเอกสารจากเครื่องถ่ายเอกสารลงในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล จำนวน 1 ชุด


ปัญหา :
     1. กำหนดระยะห่างของหัวกระดาษคราดเคลื่อน เนื่องจากการจัดทำบัญชีรายชื่อพนักงาน จะต้องพิมพ์ออกมาโดยใช้หัวกระดาษของบริษัท


การแก้ไขปัญหา : 
     1. ทดลองพิมพ์ออกมา 1 ครั้ง แล้วทำการกำหนดระยะห่าง แล้วพิมพ์ใหม่อีก 1 ครั้ง

วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

สรุปการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในสัปดาห์ที่ 3

สรุปผลการปฏิบัติงาน : สัปดาห์ที่ 3
ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
                  สถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ บริษัท โตโยต้ามหานคร จำกัด  ฝ่าย ธุรการ

งานที่ปฏิบัติ : 
     1.  บันทึกข้อมูลใบรับสินค้า จากต้นฉบับใบกำกับภาษีลงในระบบใบรับสินค้าและใบรับฝาก จำนวน 15 ชุด
     2. พิมพ์ใบรับสินค้า จำนวน 15 ชุด
     3. บันทึกข้อมูลการจัดซื้อย้อนหลังลงในโปรแกรม Microsoft Excel จำนวน 60 ชุด
     4. เขียนใบปะหน้าซองเอกสาร จำนวน 14 ใบ
     5. แยกเอกสารตามสาขา นำใส่ซองเอกสาร แล้วปิดผนึก จำนวน 10 ซอง
     6. สำเนาเอกสาร  จำนวน 200 ชุด 
     7. จัดวัสดุสำนักงานตามรายการที่สาขาต่าง ๆ ส่งมา จำนวน 10 สาขา ประมาณ 100 รายการ
     8. จัดแยกเอกสารแต่ละประเภทลงแฟ้ม จำนวน 1000  ชุด
     9.สแกนเอกสารจำนวน 20 ชุด
     10. จัด และทำความสะอาดส๊อกเก็บวัสดุสำนักงาน
     11.  รับและส่งจดหมายภายในสำนักงาน โดยการนำจดหมายที่รับมาทำการแยกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยจดหมายธรรมดา และจดหมายลงทะเบียน ซึ่งจดหมายลงทะเบียนจะต้องเขียนรายละเอียดหน้าซองลงในสมุดเซ็นรับ จำนวน 50 ฉบับ
     12. รับโทรศัพท์ จำนวน 15 สาย
     13. แยกประเภทของหมึกเครื่องถ่ายเอกสารที่ใช้แล้ว จำนวน 50 ชิ้น
     14.  แยกใบกำกับของเสียอันตรายของแต่สาขาตามเดือน เรียงสาขา 13 สาขา เรียงวันที่  และบันทึกรายละเอียดของจำนวนของเสียลงในโปรแกรม Microsoft Excel จำนวน 15 ชุด
     15. ตรวจสอบใบขอซื้อในรายการ หลอดประหยัดไฟ 14 w. แล้วเขียนบันทึกลงในกระดาษ A4 จำนวน 25 ชุด
     16. แยกประเภทแบบฟอร์มต่าง ๆ จำนวน 250 ชุด
     17. แยกซองเอกสาร จำนวน 50 ชุด
     18. ทำลายเอกสาร จำนวน 500 ชุด
     19. จัดแฟ้มเอกสาร จำนวน 10 แฟ้ม
     20. เรียนรู้การบันทึกข้อมูลลงในระบบใบรับสินค้าและใบรับฝาก กรณีที่สาขาบันทึกข้อมูลไม่ตรงเดือน
     21. โทรศัพท์ไปยังสาขาที่ส่งเอกสารมาล่าช้า ในกรณีนี้เกิดจากข้อมูลถูกบันทึกแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าเอกสารและข้อมูลถูกบันทึกและจัดเก็บเรียบร้อยแล้ว จำนวน 3 สาขา
    22. ตรวจสอบใบขอซื้อในรายการ ทินเนอร์*ล้างกา 3A 150 kg. ของเดือนกันยายน และเดือนตุลาคม จำนวน 8 ชุด
    

ปัญหา :
     1. งานที่ได้รับมอบหมายแต่ละงานมีหลายขั้นตอนและมีเอกสารประกอบหลายชุด ทำให้เกิดความสับสนในงานที่ปฏิบัติ
     2. การปฏิบัติงานยังคงมีความผิดพลาดอยู่บ้าง เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมาก และมีกระบวนการหลายขั้นตอน
     3. ยังจดจำสถานที่ ที่จำเป็นต้องใช้ในการติดต่อประสานงานไม่ค่อยได้ เนื่องภายในอาคารฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จะประกอบด้วยหน่วยงาน และแผนกต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการจำจด
    

การแก้ไขปัญหา : 
     1. ศึกษารายละเอียด และทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานที่ปฏิบัติจากพี่ที่มอบหมายงาน
     2. จากที่ได้รับคำแนะนำจากพี่ที่มอบหมายงาน หลังจากปฏิบัติงานเสร็จจึงทำการตรวจทานทุกครั้ง และปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ
     3. จดบันทึกชื่อเจ้าของเอกสาร และแผนกต่าง ๆ และในการทำงานพี่ที่มอบหมายงานจะค่อยชี้แนะ ดูแลการปฏิบัติงานอยู่เสมอ
    

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สรุปการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในสัปดาห์ที่ 2

สรุปผลการปฏิบัติงาน : สัปดาห์ที่ 2 
ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม พ.ศ. 2556
                  สถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ บริษัท โตโยต้ามหานคร จำกัด  ฝ่าย ธุรการ

งานที่ปฏิบัติ : 
     1. แยกใบแจ้งค่าใช้บริการโทรศัพท์ ของแต่ละสาขา ตรวจสอบชื่อและยอดการใช้บริการให้ตรงกับใบสรุปยอดจำนวน 100 ชุด
     2. บันทึกข้อมูลการจัดซื้อย้อนหลังลงในโปรแกรม Microsoft Excel จำนวน 450 ชุด

     3. สำเนาเอกสารต้นฉบับใบกำกับภาษี จำนวน 40 ชุด
     4. แยกต้นฉบับใบกำกับภาษีออกเป็น 2 ชุด ประกอบด้วย ต้นฉบับตัวจริง และต้นฉบับสำเนาเอกสาร แล้วนำไปแนบกับใบสั่งซื้อ จำนวน 17 ชุด
     5. บันทึกข้อมูลใบรับสินค้า จากต้นฉบับใบกำกับภาษีลงในระบบใบรับสินค้าและใบรับฝาก จำนวน 6 ชุด


     6. รับและส่งจดหมายภายในสำนักงาน โดยการนำจดหมายที่รับมาทำการแยกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยจดหมายธรรมดา และจดหมายลงทะเบียน ซึ่งจดหมายลงทะเบียนจะต้องเขียนรายละเอียดหน้าซองลงในสมุดเซ็นรับ จำนวน 40 ฉบับ
     7. แยกใบสั่งซื้อออกเป็น 13 สาขา เรียงเดือนและวันที่ แล้วนำเอกสารจัดลงแฟ้ม จำนวน 450 ชุด
     8. คำนวนยอดรวมเงินของใบสั่งซื้อ จำนวน 17 ชุด
     9. เรียนรู้วิธีการใช้เครื่องถ่ายเอกสาร เนื่องจากสำนักงานเปลี่ยนเครื่องถ่ายเอกสารใหม่
     10. รับโทรศัพท์
     11. โทรศัพท์ไปยังสาขาต่าง ๆ ของบริษัทตามที่ได้รับมอบหมายเพื่อทวงถามใบกำกับภาษีที่ต้องแนบมากับไปสั่งซื้อสิ้นค้า จำนวน 20 เลขหมาย
     

ปัญหา :
     1. งานที่ได้รับมอบหมายแต่ละงานมีหลายขั้นตอนและมีเอกสารประกอบหลายชุด ทำให้เกิดความสับสนในงานที่ปฏิบัติ
     2. บางครั้งพี่ที่มอบหมายงานอธิบายขั้นตอนการทำงานเร็วและรวบรัดเกินไป
     3.  ยังจดจำสถานที่ ที่จำเป็นต้องใช้ในการติดต่อประสานงานไม่ค่อยได้ เนื่องภายในอาคารฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จะประกอบด้วยหน่วยงาน และแผนกต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการจำจด
     4. ยังจดจำประเภทของจดหมาย ที่ต้องทำการจัดแยกไม่ค่อยได้
     5. ในการติดต่อทางโทรศัพท์ผู้รับสารบางคนไม่ค่อยเข้าใจในรายละเอียดที่ต้องการสื่อสาร


การแก้ไขปัญหา : 
     1. ศึกษารายละเอียด และทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานที่ปฏิบัติจากพี่ที่มอบหมายงาน
     2. สอบถามจากพี่ที่มอบหมายงาน เพื่อขอคำแนะนำในการปฏิบัติงาน
     3. มีความละเอียดรอบคอบในการทำงาน เพื่อให้งานที่ปฏิบัติออกมาสมบูรณ์ที่สุด
     4. พยายามเรียนรู้งานที่ได้รับมอบหมาย และตั้งใจทำให้ดีที่สุด
     5. จดบันทึกรายละเอียดของงานที่ต้องปฏิบัติ เพื่อนำมาศึกษาในการปฏิบัติงานครั้งต่อไป 

วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สรุปการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในสัปดาห์ที่ 1

สรุปผลการปฏิบัติงาน : สัปดาห์ที่ 1 
ระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม พ.ศ. 2556
                สถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ บริษัท โตโยต้ามหานคร จำกัด  ฝ่าย ธุรการ

งานที่ปฏิบัติ : 
     1. เรียนรู้ข้อมูลบริษัท
      2. สำเนาเอกสาร จำนวน 30 ชุด
      3. ตรวจสอบที่อยู่ใบกำกับภาษีของแต่ละสาขา จำนวน 13 สาขา สาขาละประมาณ 5 ชุด
      4. โทรศัพท์สอบถามราคาวัสดุก่อสร้าง  ส่งแฟ็กซ์เพื่อขอใบเสนอราคา โดยการค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต และสร้างตารางโดยใช้โปรแกรม Microsoft Excel  เพื่อเปรียบเทียบราคาวัสดุก่อสร้างของแต่ร้าน จำนวน 5 ร้าน ร้านละ  8 รายการ

      5. แยกใบกำกับของเสียอันตรายของแต่สาขาตามเดือน เรียงสาขา 13 สาขา เรียงวันที่  และบันทึกรายละเอียดของจำนวนของเสียลงในโปรแกรม Microsoft Excel จำนวน 60 ชุด

      6. บันทึกข้อมูลใบรับสินค้า จากต้นฉบับใบกำกับภาษีลงในระบบใบรับสินค้าและใบรับฝาก จำนวน 10 ชุด
      7. รับและส่งจดหมายภายในสำนักงาน โดยการนำจดหมายที่รับมาทำการแยกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยจดหมายธรรมดา และจดหมายลงทะเบียน ซึ่งจดหมายลงทะเบียนจะต้องเขียนรายละเอียดหน้าซองลงในสมุดเซ็นรับ จำนวน 20 ฉบับ
      8. จัดวัสดุสำนักงานตามรายการที่สาขาต่าง ๆ ส่งมา จำนวน 5 สาขา ประมาณ 30 รายการ
      9. รับโทรศัพท์ จำนวน 5 สาย
      10. สแกนเอกสารจำนวน 4 ไฟล์
      11. แยกใบกำกับการของเสัยอันตรายตามสาขา เรียงตามวันและเดือน จัดใส่ลงแฟ้ม จำนวน 60 ชุด
      12. สร้างตารางในโปรแกรม Excel จำนวน 2 ชีท และบันทึกข้อมูลใบแจ้งค่าใช้บริการ (Statement) จำนวน 300 ชุด

      13. จัดเรียงใบแจ้งค่าใช้บริการ (Statement)   แยกตามสาขา จำนวน 13 สาขา
      14. ตรวจสอบยอดการใช้บริการค่าโทรศัพท์ จากใบรายละเอียดการใช้โทรศัพท์กับใบแจ้งค่าใช้บริการว่าตรงกันหรือไม่
     
ปัญหา : 
        1. ไม่รู้จักสถานที่ ที่จำเป็นต้องใช้ในการติดต่อประสานงาน เนื่องภายในอาคารฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จะประกอบด้วยหน่วยงาน และแผนกต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการจำจด
        2. ไม่ทราบประเภทของจดหมาย ที่ต้องทำการจัดแยก
        3. งานแต่ละชิ้นมีหลายขั้นตอน และยุ่งยากซับซ้อน
        4. งานที่ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลบางส่วนมีรายละเอียดไม่ตรงกัน ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานต่อได้เนื่องจากงานในแต่ละส่วนจะมีความต่อเนื่องกัน
        5. การใช้ระบบใบรับสินค้าและใบรับฝากมีหลายขั้นตอน 
        6. งานมีจำนวนมากและพึ่งเรียนรู้งานทำให้การปฏิบัติงานเกิดความล่าช้า

การแก้ไขปัญหา : 

    1. ศึกษารายละเอียด และทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานที่ปฏิบัติจากพี่ที่มอบหมายงาน
         2. สอบถามจากพี่ที่มอบหมายงาน เพื่อขอคำแนะนำในการปฏิบัติงาน
         3. มีความละเอียดรอบคอบในการทำงาน เพื่อให้งานที่ปฏิบัติออกมาสมบูรณ์ที่สุด
         4. พยายามเรียนรู้งานที่ได้รับมอบหมาย และตั้งใจทำให้ดีที่สุด
         5. ศึกษาการใช้ระบบใบรับสินค้าและใบรับฝาก รวมถึงทำความเข้าใจกับรายละเอียดที่ต้องคีย์ลงไปในระบบเพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด
         6. จดบันทึกรายละเอียดของงานที่ต้องปฏิบัติ เพื่อนำมาศึกษาในการปฏิบัติงานครั้งต่อไป 

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

สรุปบทเรียนวิชา โครงสร้างข้อมูลและขั้นตอนวิธี ครั้งที่ 6 วันที 26 กรกฎาคม 2554

สรุปบทเรียนวิชา โครงสร้างข้อมูลและขั้นตอนวิธี ครั้งที่ 5 วันที 17 กรกฎาคม 2554

Linked List  (ต่อ)

4. กระบวนงาน Search list
         หน้าที่ ค้นหาข้อมูลในลิสต์ที่ต้องการข้อมูลนำเข้าลิสต์
         ผลลัพธ์ ค่าจริงถ้าพบข้อมูล         ค่าเท็จถ้าไม่พบข้อมูล
5. กระบวนการทำงาน Traverse
        หน้าที่ ท่องไปในลิสต์เพื่อเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลนำเข้าลิสต์
        ผลลัพธ์ ขึ้นกับการประมวลผล เช่น เปลี่ยนแปลงค่าใน node , รวมฟิลด์ในลิสต์ , คำนวณค่าเฉลี่ยของฟิลด์ เป็นต้น
6. กระบวนการทำงาน Retrieve Node
       หน้าที่ หาตำแหน่งข้อมูลจากลิสต์   ข้อมูลนำเข้าลิสต์
      ผลลัพธ์ ตำแหน่งข้อมูลที่อยู่ในลิสต์
7. ฟังก์ชั่น EmptyList
       หน้าที่ ทดสอบว่าลิสต์ว่างข้อมูลนำเข้า ลิสต์
       ผลลัพธ์ เป็นจริง ถ้าลิสต์ว่าง     เป็นเท็จ ถ้าลิสต์ไม่ว่าง
8. ฟังก์ชั่น FullList
       หน้าที่ ทดสอบว่าลิสต์เต็มหรือไม่     ข้อมูลนำเข้าลิสต์
       ผลลัพธ์ เป็นจริง ถ้าหน่วยความจำเต็ม       เป็นเท็จ ถ้าสามารถมีโหนดอื่น
9. ฟังก์ชั่น list count
      หน้าที่ นับจำนวนข้อมูลที่อยู่ในลิสต์     ข้อมูลนำเข้าลิสต์
      ผลลัพธ์ จำนวนข้อมูลที่อยู่ในลิสต์
10. กระบวนงาน destroy list
       หน้าที่ ทำลายลิสต์   ข้อมูลนำเข้า ลิสต์
      ผลลัพธ์ ไม่มีลิสต์

การสร้าง Linked List




คำถาม  อธิบายการเก็บข้อมูลและความสำคัญของโครงสร้างข้อมูลแบบลิงค์ลิสต์ 





Stack

สรุปบทเรียนวิชา โครงสร้างข้อมูลและขั้นตอนวิธี ครั้งที่ 4 วันที 5 กรกฎาคม 2554

Set and String (ต่อ)

         เป็นโครงสร้างข้อมูลที่ข้อมูลแต่ละตัวไม่มีความสัมพันธ์กัน ในภาษาซี จะไม่มีประเภทข้อมูลแบบ เซ็ตนี้เหมือนกับในภาษาปาสคาล แต่สามารถใช้หลักการของการดำเนินงานแบบเซ็ตมาใช้ได้
ตัวดำเนินการของเซ็ต (Set operators)
ประกอบด้วย
- set intersection
- set union
- set difference เป็นต้น
         สตริง (String) หรือ สตริงของอักขระ (Character String) เป็นข้อมูลที่ประกอบไปด้วย ตัวอักษร ตัวเลขหรือ เครื่องหมายเรียงติดต่อกันไป รวมทั้งช่องว่าง

สตริงกับอะเรย์
สตริง คือ อะเรย์ของอักขระ  เช่น char a[6]
อาจจะเป็นอะเรย์ขนาด 6 ช่องอักขระ หรือ เป็นสตริงขนาด 5 อักขระก็ได้ โดยจุดสิ้นสุดของ string จะจบด้วย \0 หรือ null character เช่น
                   char a[ ]={‘H’, ‘E’, ‘L’, ‘L’, ‘O’, ‘\0’};
                   char a[ ]=“HELLO”;

ความยาวของสตริง จะถูกกำหนดโดย ขนาดของสตริง การกำหนดขนาดของสตริง นั้นต้องจองเนื้อที่ในหน่วยความจำให้กับ \0  ด้วย
เช่น      “This is String !”   จะเป็นข้อมูลแบบสตริงยาว 16 อักขระ
     การกำหนดสตริงทำได้หลายแบบ คือ
1. กำหนดเป็นสตริงที่มีค่าคงตัว (String Constants)
2. กำหนดโดยใช้ตัวแปรอะเรย์หรือพอยเตอร์

การกำหนดค่าคงตัวสตริง
    สามารถกำหนดได้ทั้งนอกและในฟังก์ชัน เมื่อกำหนดไว้นอก ฟังก์ชัน ชื่อค่าคงตัวจะเป็นพอยเตอร์ชี้ไปยังหน่วยความจำที่เก็บสตริง นั้น เมื่อกำหนดไว้ในฟังก์ชัน จะเป็นพอยเตอร์ไปยังหน่วยความจำที่เก็บตัวมันเอง

การกำหนดตัวแปรสตริง
    ในการกำหนดตัวแปรของสตริง อาศัยหลักการของอะเรย์ เพราะ สตริงก็คืออะเรย์ของอักขระที่ปิดท้าย
ด้วย null character (\0) และมีฟังก์ชันพิเศษสำหรับทำงานกับสตริงโดยเฉพาะ  เช่น
            ต้องการสตริงสำหรับเก็บชื่อบุคคลยาวไม่เกิน 30 อักขระ ต้องกำหนดเป็นอะเรย์ขนาด 31 ช่อง เพื่อเก็บ null character อีก 1 ช่อง

อะเรย์ของสตริง
    ถ้าหากมีสตริงจำนวนมาก ก็ควรจะทำให้เป็นอะเรย์ของสตริง เพื่อที่จะเขียนโปรแกรมได้สะดวก การสร้างอะเรย์ของสตริง สามารถสร้างได้ทั้งแบบที่ให้ค่าเริ่มต้นและแบบที่กำหนดเป็นตัวแปร

อะเรย์ของสตริงที่ยาวไม่เท่ากัน
    ทำได้เฉพาะเมื่อมีการกำหนดค่าเริ่มต้นเท่านั้น
เช่น
         #define N 4
         main ( ) {
         char *contry[N]={“Thailand”, “United State of Ameica”,
         “England”, “Indonesia”};
         int a;
         for (a=0; a<N;a++)
         puts(contry[a]);
         }

ผลการรันโปรแกรม
         Thailand
         United State of America
         England
         Indonesia

**ฟังก์ชัน puts ( ) ใช้ในการพิมพ์สตริงออกทาง จอภาพ โดยการผ่านค่าแอดเดรสของสตริงไปให้เท่านั้น

อะเรย์ของสตริงที่ยาวเท่ากัน
     อะเรย์ในลักษณะนี้จะถือว่าเป็นอะเรย์ที่แท้จริง และสามารถกำหนดได้ทั้งเมื่อมีการให้ค่าเริ่มต้น และเมื่อกำหนดเป็นตัวแปร โดยดำเนินการตามแบบการกำหนดอะเรย์ 2 มิติ  การกำหนดตัวแปรในลักษณะนี้ จะแตกต่างจากการกำหนดตัวแปรแบบความยาวไม่เท่ากัน คือ ในแบบความยาวไม่เท่ากัน ท้ายของสตริงจะเครื่องจะเติม null  character ให้เพียงตัวเดียว แต่ในแบบความยาวเท่ากัน จะเติม null character ให้
จนครบทุกช่อง

การดำเนินการเกี่ยวกับสตริง
   ในการดำเนินการเกี่ยวกับสตริง จะมีฟังก์ชันที่อยู่ในแฟ้ม ข้อมูล stdio.h เก็บอยู่ใน C Library อยู่แล้ว
สามารถนำมาใช้ได้ โดยการใช้คำสั่ง #include ในการเรียกใช้ เช่น
- ฟังก์ชัน strlen(str) ใช้หาความยาวของสตริง
- ฟังก์ชัน strcpy (str1,str2) ใช้คัดลอกข้อมูลจาก string หนึ่งไปยังอีก string หนึ่ง

- ฟังก์ชัน strcat(str1,str2) ใช้เชื่อมต่อข้อความ 2 ข้อความเข้าด้วยกัน
- ฟังก์ชัน strcmp(str1,str2 ) ใช้เปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความว่ามีค่าเท่ากันหรือไม่ ถือหลักการ
เปรียบเทียบแบบพจนานุกรม เช่น abcda จะมีค่าน้อยกว่า abcde และ abcdf จะมีค่ามากกว่า abcde ค่าที่เท่ากัน คือ ค่าที่เหมือนกัน เช่น abcd กับ abcd สำหรับอักษรตัวเล็กตัวใหญ่ จะถือว่าอักษรตัวใหญ่มีค่าน้อยกว่าอักษรตัวเล็ก ตามลำดับรหัส ASCII


คำถาม   อธิบายหลักการที่ใช้ในการกำหนดตัวแปรของสตริง







Linked List       
        ลิงค์ลิสต์ (Linked List) เป็นวิธีการเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องของอิลิเมนต์ต่าง ๆ โดยมี  "พอยเตอร์" เป็นตัวเชื่อมต่อ 
        แต่ละอิลิเมนท์ เรียกว่าโนด (Node) ซึ่งในแต่ละโนดจะประกอบไปด้วย 2 ส่วน 
    ส่วนที่ 1 คือ Data จะเก็บข้อมูลของอิลิเมนท์
    ส่วนที่ 2 คือ Link Field จะทำหน้าที่เก็บตำแหน่งของโนดต่อไปในลิสต์

ในลิงค์ลิสต์จะมีตัวแปรสำหรับชี้ตำแหน่งลิสต์ (List pointer variable) ซึ่งเป็นที่เก็บตำแหน่งเริ่มต้นของลิสต์ ซึ่งก็  คือ  โหนดแรกของลิสต์นั่นเอง ถ้าลิสต์ไม่มีข้อมูล ข้อมูลในโหนดแรกของลิสต์จะเป็น  Null

โครงสร้างข้อมูลแบบลิงค์ลิสต์
       โครงสร้างข้อมูลแบบลิงค์ลิสต์จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1. Head Structure จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ จำนวนโหนดในลิสต์ (Count) พอยเตอร์ที่ชี้ไปยัง
โหนดที่เข้าถึง (Pos) และพอยเตอร์ที่ชี้ไปยังโหนดข้อมูลแรกของลิสต์ (Head)
2. Data Node Structure จะประกอบไปด้วยข้อมูล(Data) และพอยเตอร์ที่ชี้ไปยังข้อมูลตัวถัดไป

กระบวนงานและฟังก์ชั่นที่ใช้ดำเนินงานพื้นฐาน
1. กระบวนงาน Create List
            หน้าที่ สร้างลิสต์ว่าง
           ผลลัพธ์ ลิสต์ว่าง
2. กระบวนงาน Insert Node
          หน้าที่เพิ่มข้อมูลลงไปในลิสต์บริเวณตำแหน่งที่ต้องการข้อมูลนำเข้า ลิสต์ ข้อมูล และตำแหน่ง
          ผลลัพธ์ ลิสต์ที่มีการเปลี่ยนแปลง
3. กระบวนงาน Delete Node
         หน้าที่ ลบสมาชิกในลิสต์บริเวณตำแหน่งที่ต้องการข้อมูลนำเข้า ข้อมูลและตำแหน่ง
         ผลลัพธ์ ลิสต์ที่มีการเปลี่ยนแปลง